เล่ห์รักอริร้าย--ปภาดา

posted on 04 Apr 2012 20:44 by mim-na in ThaiNovel directory Fiction
เล่ห์รักอริร้าย  โดย  ปภาดา
 

           
 
                 กานติมาร้องครางแผ่วในลำคอ  ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง  และยิ่งไม่แน่ใจว่ากำลังฝันไปหรือเปล่า  หล่อนนิ่วหน้าแล้วขยับแขนของตนที่สงสัยเหลือเกินว่าทำไมมันถึงได้ขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะ  แล้วก็เหมือนกับมีใครคนหนึ่งกดแขนทั้งสองข้างของหล่อนไว้
 
         ‘กดเหรอ? ทำไมถึงมีคนกดเราได้ล่ะ ก็เราอยู่ใน... ม่านรูด’
 
           ม่านรูด... กับเจ้านายหนุ่มรูปงามมหาเศรษฐีซาตาน!
 

           เพราะเหตุบังเอิญในคืนนั้น ‘กานติมา’   เลขาฯสาวแสนพยศต้องถูกคนที่หล่อนขยะแขยงที่สุดพล่าผลาญพรหมจรรย์โดยไม่เจตนา  ทั้งๆที่เขา ‘วาคิน’ เจ้านายหนุ่มจอมอหังการและหยิ่งทระนง   แถมยังชอบดูแคลนว่าคนอื่นต้อยต่ำกว่าตัวเอง  และยังมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าหน้าตาอันหล่อเหลากับความร่ำรวยที่เขามี  จะทำให้ผู้หญิงทั้งโลกเต็มใจมานอนสยบอยู่แทบเท้า...
แสนจะเกลียดชังในตัวหล่อนไม่ต่างกัน  นี่ถ้าหากว่าเขาข่มขืนหล่อน   มันคงง่ายกว่านี้กับการที่หล่อนจะโกรธแค้นและด่าทอเขา!  
แต่ชายหนุ่มกลับมอบความรู้สึกอันแสนวิเศษให้ แถมเขายังทำให้หล่อนรู้สึกต้องการมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย

 
 
          วาคิน... ชายหนุ่มไม่มีวันลืมความแค้นที่มีต่อหล่อนในอดีต   ในส่วนลึกของจิตใจเขายังระลึกอยู่เสมอว่า  กานติมาคือผู้หญิงเฉิ่มเชยปราศจากความสวยที่เป็นสาเหตุให้ใบหน้าของเขาต้องมีแผลเป็นติดไปจนชั่วชีวิต  ดังนั้นเมื่อสบโอกาสที่หล่อนก้าวเข้ามาสมัครงานในบริษัทของเขา   มหาเศรษฐีหนุ่มหัวใจเถื่อนก็ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะต้องชำระแค้นให้สาสม! 
 
            แต่ชายหนุ่มเองไม่มีทางรู้เลยว่า วิธีการชำระแค้นที่ว่านั้น เขาจะต้องใช้ร่างกายและอารมณ์พิศวาสของตนเอง  เป็นเครื่องมือทำให้หญิงสาวต้องมาศิโรราบหมอบกราบลงตรงหน้า และพรากพรหมจรรย์จนย่อยยับลงไปกับมือ!

“กลัวฉันเหรอกานติมา”   เขาถามพลางยิ้มเยาะใส่หน้า


“ฉันไม่กลัวคุณค่ะ แต่ฉันไม่ใช่เลขาฯที่สนองตัณหาของเจ้านายบ้ากาม”
วาคินย่างสามขุมเข้าไปหา   แล้วต้อนให้หล่อนถอยไปจนชนกับตู้เก็บเอกสารด้านหลัง
เขาเท้าแขนคร่อมร่างหล่อนตรึงไว้กับตู้เอกสาร  
  พร้อมกับจับแขนทั้งสองข้างของหล่อนแนบชิดกับบานประตูตู้เหนือศีรษะ

“ปล่อยนะคุณวาคิน   ฉันไม่ใช่เลขาฯที่มีหน้าที่ให้ความสุขเจ้านายหรอกนะ!”

“นี่สินะเรื่องที่ทำให้เธอกลัวฉันได้”   เขาสัพยอกอย่างเป็นต่อ   “แต่จะบอกอะไรให้นะกานติมา
ฉันไม่เคยนึกพิศวาสเธอเลยสักนิด  แม้ว่าเธอจะอวบอิ่มและสวยกว่าเมื่อก่อน
แต่ว่าถ้านี่เป็นสิ่งที่ทำให้เธอหวาดหวั่นต่อฉันได้  ฉันก็คงต้องขอบคุณในคำแนะนำของเธอจริงๆ
”สิ้นเสียงบอก  ชายหนุ่มก็ก้มลงหาซอกคอของหล่อนพร้อมกับทำให้ผิวเนื้อบริเวณลำคอด้านข้างของหล่อนเป็นรอยจ้ำสีแดง
“โอ๊ะ... หยุดนะคุณวาคิน!”
“ทำให้ฉันหยุดสิ... กานติมา”

“อย่านะวาคิน อย่าทำแบบนี้!” หล่อนร้องสั่งเขามากกว่าจะเป็นคำขอร้อง

“หยุดฉันให้ได้สิ”

“หยุดเถอะวาคิน อย่าทำแบบนี้เลย…”

“ทำให้ฉันหยุดให้ได้สิกานติมา...”
 
 
(จะเรียกชื่อกันอีกนานเม๊ะ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ // มิม)
 
------------------------------------
 
               ก่อนอื่นของบ่นก่อน  นี่คือปกหลังค่ะ  ยาวมาก  ยัดเข้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้ในหน้าเดียว เก่งจริงจัง
 
               เอาล่ะ  ในที่สุดก็มาถึงสนพ.ปกสวย--อินเลิฟ พับลิชชิ่ง--  ปกติมิมเลือกซื้อหนังสือที่ปกและคำโปรยค่ะ  แต่จะไม่หยิบหนังสือที่โปรยปกหลังด้วยฉากล่อเเหลม ...ดังนั้น แน่นอน  เรื่องนี้มิมจึงยืมเขามาอ่าน
 
               เรื่องเริ่มต้นด้วยพล็อตตลาด  พระเอกนางเอกไม่ชอบขี้หน้ากันมาก่อน  แต่ต้องมาทำงานร่วมกันและรักกันในที่สุด
 
              กานติมามาสมัครงานที่โรงเเรมซึ่งวาคินเป็นเจ้าของ  เมื่อชายหนุ่มรู้ข่าวว่าสาวคู่แค้นตั้งแต่วัยเด็กคนนี้เดินเข้ามาในถ้ำเสือของเขาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่  เขาจึงสั่งให้เธอมาเป็นเลขาฯ ประจำตัวเขาแทนเพื่อที่จะได้กลั่นแกล้งได้เต็มที่  โดยท้ากับหญิงสาวว่า  น้ำหน้าอย่างเธอน่ะ 3 เดือนก็ยอมแพ้เขาแล้วลาออกไปแน่นอน  หญิงสาวรับคำท้า  เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวให้แก่เขา
 
             วาคินเริ่มการกลั่นแกล้งเธอเต็มที่  เขาสั่งงานชนิดหัวไม่วางหางไม่เว้น   เหมือนใช้เเรงงานทาส และวิธีกลั่นแกล้งที่เด็ดที่สุดของเขา (และพระเอกสมัยใหม่เกือบทุกคน) ก็คือ  การใช้เซ็กซ์
 
               วันหนึ่งทั้งสองไปงานเลี้ยงกันตอนเย็น(ถ้าจำไม่ผิดนะ--มิมขี้ลืม)  แล้วจบลงด้วยการเข้าม่านรูดเพราะเมากันทั้งคู่  แน่นอน  กานติมาจึงเสร็จวาคินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
            เรื่องดำเนินมาเรื่อยๆ  สลับฉากพระเข้านาง ที่นางเอกแม้ตอนแรกจะปฏิเสธว่า ม๊ายม่าย  แต่ก็จบลงด้วยการอ้อนวอนพระเอกทู้กที 
 
              วันหนึ่งวาคินถูกลอบยิงในออฟฟิศตอนอยู่กับกานติมา  ทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บ  วาคินเฉลยว่า "เรนท์" อดีตพ่อเลี้ยงของเขาที่เป็นขาใหญ่ในวงการธุรกิจมืดที่ต่างประเทศเองนั่นแหละ  ที่ต้องการให้เขาตาย   เพราะเรนท์ต้องการกลับมาหาแม่ของวาคินเพื่อใช้นางเป็นเครื่องมือในการหากิน (แม่วาคินรวย)  และวาคินต้องสู้เพื่อปกป้องแม่  เขาทำงานร่วมกับซีไอเอเพื่อจับตัวนายเรนท์ให้ได้
 
           วันหนึ่งระหว่างทั้งสองออกไปตรวจโรงแรมที่ต่างจังหวัด  วาคินกับกานติมาถูกไล่ล่าในทะเล  ทั้งสองกระโดดลงน้ำเพื่อหนีระเบิด  และว่ายไปซ่อนที่เกาะแห่งหนึ่ง (เก่งมากอ่ะ  ไม่เจอโขดหิน+กระเเสน้ำอะไรเลย)  ที่ั่นั่นระหว่างหลบหนี  ไม่รู้อารมณ์ไหนวาคินดันมีอะไรกับกานติมาอีกรอบ  คนร้ายตามไปที่เกาะ  แต่ซีไอเอสาวที่เป็นเพื่อนของวาคินช่วยเขาไว้ได้
 
             เมื่อกลับมาที่ออฟฟิศหลัก  เรื่องดำเนินไปเอื่ยยๆ  สลับกับฉากเลิฟซีนของพระนางอีกแล้วครับท่าน  กานติมาโกรธมากที่ถูกพระเอกเล้าโลมจนเสร็จเขาไปอีกรอบ (แต่ฉันเห็นเธอยอมเขาตลอดอ่ะ)  หญิงสาวออกมาจากออฟฟิศจะกลับบ้าน  แต่ถูกพวกของเรนท์จับไปเป็นตัวประกัน 
 
              วาคินตามไปช่วยได้สำเร็จ  จัดการคนร้ายได้เรียบร้อย  มิมก็นึกว่าจะจบตอนนี้  แต่มันดันไม่จบ....
 
              กานติมาโกรธวาคินไม่หายที่เขาเอาแต่เอาเปรียบเธอ  เธอบอกเขาว่าเขาไม่เห็นหัวอกใครเลย  เอาแต่ใจตามนิสัยที่ชอบเช้เงินฝากหัวคนอื่นตลอด  แต่วาคินสารภาพว่าเขารักเธอ  ทว่ากานติมาไม่รับรัก 
 
             ....แล้วเรื่องก็เริ่มเพี้ยน...  วาคินไปเรียนภาษามือ  เพื่อจะได้เข้าใจคนที่ลำบากกว่าตน  ไปกวาดขยะตามถนนเพื่อจะได้รู้ถึงการทำประโยชน์เพื่อคนอื่น  กระบวนการง้องอนและปรับปรุงตัวเป็นคนดีนี้ยาวนานถึง 2 ปี  ตลอดเวลานั้นเขาก็ได้เขียนบันทึกเด็กดีไปด้วยว่าวันนี้ทำอะไร  รู้สึกอย่างไร  รวมถึงเขียนถึงความรู้สึกของตนที่มีต่อนางเอกด้วย 
 
                 วันหนึ่งวาคินเอาบันทึกเล่มนั้นไปให้นางเอกอ่าน  แล้วชวนเธอไปพักร้อนริมทะเล  บอกว่าเขาจะไม่กลั่นแกล้งเอาเปรียบเธอหรอกเพราะเขาเปลี่ยนไปแล้ว....กานติมายอมใจอ่อนรับคำชวน   และเย็นวันหนึ่งขณะที่ทั้งสองทานดินเนอร์ใต้เเสงเทียน  ไฟในโรงแรมดับลง  แต่โปรเจ็คเตอร์ฉายภาพวาคินที่ทำกิจกรรมสาธารณะ  แล้วชายหนุ่มก็ขอเธอแต่งงาน  กานติมาซาบซึ้งและยอมแต่งงานกับวาคินคนใหม่นี้ที่อ่อนโยนอ่อนหวาน (เอางี้เลย--อือ งี้เเหละ)
 
              สรุป เรื่องนี้อ่านได้เรื่อยๆ ค่ะ  ภาษาสวย แต่บางประโยคก็ฟุ่มเฟือยและวกวน  พล็อตเรื่องธรรมดา  ดีหน่อยที่มีฉากบู๊เสริมเข้ามาตอนกลางๆ เรื่อง (แต่น่าเสียดายที่บรรยายได้ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าที่ควร)
 
               นิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดพลอยวรรณกรรมของอินเลิฟ  ซึ่งเป็นนวนิยายโรแมนซ์สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  ดังนั้นจุดเด่นจึงอยู่ที่ฉากเลิฟซีน
 
               เลิฟซีนที่ใส่เข้ามามีเยอะมาก ประมาณ 5 ฉาก(ใหญ่ๆ)ถ้าจำไม่ผิด  บางฉากเหมือนยัดเยียดเข้ามาเพราะไม่สอดคล้องกับเนื้อหาเลย  มิมจึงเข้าใจว่านิยายเรื่องนี้ใช้เลิฟซีนเป็นจุดขาย  เพราะการเล่าฉากเลิฟซีนแต่่ละฉากล่อเข้าไปตั้ง 10 กว่าหน้าเลยทีเดียว  ส่วนฉากบู๊ประมาณ 5 หน้าได้(ฮา คนเขียนลำเอียง) 
 
             โดยสเต็ปของฉากเลิฟซีนจะเป็นดังนี้  ทั้งสองเถียงกัน--พระเอกจับจูบ--นางเอกปฏิเสธเสียงเเข็ง--พระเอกเล้าโลม--นางเอกปฏิเสธเสียงอ่อย--และสุดท้ายก็เสร็จเขา  ....ดีนะที่นางเอกเป็นคนไม่มีพันธะผูกมัด  ดังนั้นมิมจึงยอมรับเรื่องเซ็กซ์ของเรื่องนี้ได้
 
               แต่ว่าเรื่องนี้ดี๊ดีหน่อย  ที่คุณปภาดาเขาบรรยายฉากเลิฟซีนได้สวยงามไม่ฮาร์ดคอร์เลยล่ะค่ะ  หวาบหวามพอดีๆ  เหมือนอ่านนิยายโรแมนซ์ต่างประเทศที่เลือกใช้ภาษานุ่มนวล
 
                มาถึงตัวละคร  วาคินเป็นพระเอกนิยายแนวฟันดะ   ที่เวลาได้ผู้หญิงคนไหนแล้วก็จะยัดเยียดความเป็นผอสระอัวให้อีกฝ่าย  เขาเป็นคนรวย  เอาแต่ใจ  ชอบใช้เงินฟาดหัว  แต่ลึกๆ เเล้วเขาก็ชอบช่วยเหลือคนนะ (แต่เป็นการใช้เงินฟาดหัวช่วย)
 
             กานติมาเป็นนางเอกเข้มเเข็ง  พระเอกเรียกเธอว่า "ม้าป่า" (ใครมาเรียกมิมแบบนี้มีโกรธนะนี่)  เพราะเธอไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ 
 
             มิมอ่านไปก็ยังไม่รู้เลยว่าทั้งสองไปรักกันได้ยังไง  เพราะวาคินนั้นคอยแต่จะใช้เซ็กซ์เพื่อเอาชนะกานติมาตลอด  ...อาจจะเป็นตอนที่วาคินสำนึกได้ว่ากานติมาคอยอยู่เคียงข้างเขาแม้ว่าเขาจะถูกลอบฆ่าก็ได้  นั่นจึงทำให้เขารักเธอ  และกานติมาอาจรักเขาตอนที่เขาไปช่วยชีวิตเธอในตอนท้ายเรื่องก็เป็นได้
 
              พูดถึงตอนท้ายเรื่อง  ตอนที่วาคินเปลี่ยนจากราชสีห์เป็นแมวบ้าน ....ยังไงดีล่ะ...มิมไม่ค่อยชอบตอนนี้เลย  คิดได้ยังไงว่าการไปกวาดถนนจะทำให้คนเราเข้าใจชีวิตมนุษย์  มิมว่ามันมีหลากหลายวิธีที่จะทำให้คนเข้าใจโลก  การกวาดถนนปีสองปีไม่ได้ทำให้วาคินตระหนักถึงความลำบากของชีวิตได้หรอกคะ  เพราะยังไงวาคินก็ยังเป็นเจ้าของโรงแรมไฮโซอยู่
 
            และการที่เขาเปลี่ยนตัวเองจากหนุ่มเจ้าสำราญกลายเป็นคนเชื่องๆ ซื่อๆ หมดชั้นเชิงหนุ่มเจ้าเล่ห์ไปอย่างสิ้นเชิง  แบบว่าคาเเร็คเตอร์พลิกกลับชนิดที่เรียกว่าติดลบไปเลย  จากหัวเป็นเท้า  ...ถามว่ามันแสดงถึงความจริงใจไหมที่เขาทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมสงบเสงี่ยมเจียมตัวแบบนี้  คำตอบคือก็อาจจะ  แต่มันหมดเสน่ห์  ไม่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว
 
 
           สรุปสุดท้าย  อ่านได้เรื่อยๆ ค่ะ  มีหลายรส  ทั้งหื่น  บู๊  ซึ้ง(มั้ง) ใครชอบนิยายเน้นเลิฟซีน  ก็หามาอ่านนะคะ  รับรองไม่ผิดหวัง 
           
 
           ป.ล.  ถ้าคุณนักเขียนเข้ามาอ่าน  อยากบอกว่าเวลาถึงฉากพระเข้านาง  อยากให้นางเอกร้องแบบอื่นบ้างก็ได้นะคะ  เรื่องนี้นางเอกเอาเเต่ร้องเรียกชื่อพระเอกอย่างเดียวเลย  มิมกลัววาคินจะเสียสมาธิน่ะค่ะ (ฮา)
 
            

Comment

Comment:

Tweet

อ่านที่เจอที่ไหนนี่เเหละ เขาบอกว่ายิ่งผู้หญิงเนียนอายขัดขืน ผู้ชายยิ่งมีอารมณ์ ดังนั้นมันจึงเป็นทริคเพื่อปลุกอารมณ์ผู้ชายค่ะ question question confused smile

#3 By มิมนา on 2012-04-07 21:23

มิมคงเห็นใจพระเอกกว่านี้ ถ้าเขาทำตัวดีแบบไม่ป่าวประกาศ อันนี้พ่อคุณเล่นจดบันทึกและทำสไสล์เรื่องตัวเอง โอย ไม่ใช่จะเคลียร์ wink

ป.ล.สาวไทยที่เห็นบ่อยๆในนิยาย คือ ปากบอกไม่ แต่มือจิกหัวให้ก้มมาหาค่ะ question

#2 By มิมนา on 2012-04-05 02:03

เล่าได้มันส์มากค่ะ อ่านไปฮาไป question พระเอกนี่มันไม่น่ารักเลย จะว่าไปครั้งแรกของคู่นี้ก็เหมือนข่มขืนกลายๆแหละ( นางเอกไทย จะให้ยอมก่อนไม่ได้ค่ะ ต้องทำทีว่าโดนข่มขืน กุลสตรีต้องไม่สมยอมก่อนsad smile) ไม่ชอบตอนกลับตัวของพระเอกเหมือนกันค่ะ เหมือนสร้างภาพยังไงก็ไม่รู้

#1 By anges on 2012-04-05 01:01